วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

ทานแบบนี้สิ ยังไงก็ไม่อ้วน

การกิน เป็นความสุขอย่างหนึ่งของชีวิตคนเรา หลายคนจึงเลือกที่จะทานตามใจปาก โดยไม่ห่วงใยสุขภาพร่างกาย จึงเกิดเป็นความอ้วน และโรคต่างๆ ตามมาได้ แต่ในเมื่อการกิน เป็นความสุขของคนเรา เราจึงควรเรียนรู้การกินให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย และไม่ทำให้อ้วน ก็จะช่วยให้ทานของโปรดได้อย่างมีความสุข ที่สำคัญ ทานยังไงก็ไม่อ้วนแน่นอน
ทานให้ครบทุกมื้อ
การทานครบทุกมื้อ แต่ทานในปริมาณที่พอเหมาะ จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง แต่หากลดน้ำหนักด้วยการอด นอกจากคุณจะอดทานของอร่อยแล้ว ยังทำให้หิวมาก จนต้องทานมาก หรือเจ็บป่วยไปได้ ซึ่งไม่ดีต่อร่างกาย แล้วยังไม่ช่วยให้ผอมด้วยนะคะ
ทานคือทาน
ถ้าคุณจะทานอาหารอะไร ให้ทานให้เสร็จ แล้วจึงไปทำอย่างอื่น เช่น ดูหนัง เล่นโทรศัพท์ คุยกับเพื่อน เป็นต้น เพราะถ้าคุณทานไป ทำกิจกรรมต่างๆ ไป รับรองว่ามื้อนั้นของคุณจะสนุกสนานเพลิดเพลินจนลดไม่ลงแน่
ทานผลไม้แทนเมื่อหิว
ถ้าหิวระหว่างมื้อ คุณควรเลือกทานเป็นผลไม้แทน โดยเลือกผลไม้ที่ไม่มีรสหวานมาก และทานแค่พอเหมาะ ไม่ทานจนอิ่ม
เคี้ยวให้ช้าลง
เพื่อให้อิ่มเร็วขึ้นและทานได้น้อยลง นอกจากนี้การเคี้ยวช้าๆ ยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย
ของโปรดก็ทานได้
การลดน้ำหนัก ไม่ใช่ว่าคุณจะต้องบอกลากับของโปรดเสมอไป คุณสามารถทานได้ แต่ในปริมาณที่พอหายอยาก และมีตารางชัดเจนว่าเมื่อใด ซึ่งไม่ควรเกิน 1 ครั้ง ต่อ 6 มื้อ หรือต่อ2 วัน
ถ้าเลือกทานได้อย่างนี้ คุณก็วางใจได้เลยนะคะ ว่าทานได้อย่างมีความสุข และไม่อ้วนแน่นอน ที่สำคัญ ถ้าอยากมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง หุ่นดีไปตลอด ก็ควรงดอาหารไขมัน อาหารรสหวาน เน้นทานผักเป็นหลักในทุกมื้อ ที่สำคัญ อย่าลืมออกกำลังกายเป็นประจำด้วยนะคะ

วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

อาการบวมในช่วงตั้งครรภ์

อาการตัวบวมในระหว่างตั้งครรภ์ เป็นปฏิกิริยาธรรมชาติที่มีต่อปริมาณของเหลวในร่างกายที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่จะบวมที่บริเวณข้อเท้าและเท้า มือ แขน หรืออาจบวมที่หน้าก็ได้ นอกจากนี้ ยังอาจเกิดจากสภาพอากาศที่ร้อน ส่งผลต่ออาการบวมได้เช่นกัน แม้ว่าจะไม่เป็นอันตราย แต่หากมีอาการบวมมาก อาจทำให้ความดันโลหิตสูงผิดปกติ หรือบ่งบอกว่าอาจมีโรคแทรกซ้อน เช่น ครรภ์เป็นพิษได้

การป้องกันรักษา
การป้องกันรักษาอาการบวมนั้น ทำได้หลายวิธี ดังนี้

1. การทานอาหาร

ควรทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและสามารถช่วยลดอาการบวมลงได้ เช่น กระเทียม หัวหอมสดแอปเปิล เป็นต้น และหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มรวมถึงเนื้อสัตว์แปรรูปต่างๆ ซึ่งทำให้มีอาการบวมได้มากนอกจากนี้ยังควรดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ

2. ออกกำลังกายบ้าง

แม้จะตั้งครรภ์ ก็ควรออกกำลังกายเป็นประจำ โดยเลือกเป็นการออกกำลังกายเบาๆ เช่น ว่ายน้ำ เดินเร็ว โยคะในบางท่า เป็นต้น

3. เดิน นอน นั่ง อย่างถูกต้อง
ควรหลีกเลี่ยงการยืนนานๆ นอนตะแคงซ้าย และนอนหรือนั่งพาดขาให้สูงกว่าระดับเอว ก็จะช่วยลดอาการบวมได้

นอกจากนี้ การนวดลดอาการบวม และพักผ่อนเป็นระยะตลอดวัน ก็ช่วยได้นะคะ หากยังไม่หายหรือมีอาการบวมมากเป็นพิเศษ ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเป็นโรคแทรกซ้อนได้

วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

คัพไหนดี ที่พอดีกับคุณ

เรื่องของหน้าอก กับการเลือกชุดชั้นใน แม้ว่าจะเป็นเรื่องใกล้ตัว และเป็นความเคยชินของสาวๆ ทุกคน แต่ก็ต้องใส่ใจในไซส์ของชั้นในที่ใส่ด้วย มีการสำรวจพบว่า สาวๆ ส่วนใหญ่ถึง 85% กำลังใส่ชั้นในที่ไม่เหมาะกับตัวเองอยู่ จึงควรปรับเปลี่ยนมาใส่ให้มีความพอดี เพราะการใส่ชั้นในที่เหมาะกับคุณมีประโยชน์ คือ
- ช่วยให้สวยเป๊ะ หน้าอกดูได้รูปทรงที่สวยงาม
- ทำให้สุขภาพดี ชั้นในที่ดีต้องสามารถประคองหน้าอกให้กระชับได้ และไม่ทำให้ปวดหลัง หรือแบกรับน้ำหนักไม่ถูกต้อง
- ดูหุ่นทรงสวยงามขึ้นได้ เพราะคุณใส่ชั้นในที่มีความพอดี และได้รูปสวย และยังช่วยอำพรางให้ดูผอมเพรียวขึ้นได้อีกด้วย
การเลือกชั้นในที่เหมาะกับคุณ
การเลือกชั้นในที่เหมาะสมกับเรานั้น มีหลักง่ายๆ อยู่ 3 ข้อ คือ
1. เลือกสายชั้นในให้เหมาะกับคัพ หากว่าคุณยิ่งมีหน้าอกคัพใหญ่เท่าใด ก็ควรเลือกสายชั้นในที่มีสายใหญ่ขึ้น เพราะสายชั้นในที่เหมาะสม จะช่วยพยุง และรับน้ำหนักหน้าอกของคุณได้อย่างดี ช่วยป้องกันอาการปวดหลัง และดูเป็นทางสวยขึ้น
2. ดูเนื้อผ้าชั้นในที่ดี ควรทำจากผ้าพวกไลครา หรือสเปนเด็กซ์เพราะจะช่วยกระชับหน้าอกของคุณให้ได้รูปโดยที่ตัวชั้นในไม่เสียทรง
3. เลือกคัพที่ถูกต้องและพอดี วิธีการวัดคัพง่ายๆ คือ วัดรอบอกกับรอบใต้อกของคุณเป็นหน่วยเซนติเมตร โดยขนาดรอบใต้อกจะเป็นขนาดชั้นใน ส่วนรอบอกลบรอบใต้อกจะเป็นขนาดคัพเมื่อลบกันได้ผลลัพธ์แล้ว
- ขนาดคัพ Aคือ 9-11 เซนติเมตร
- ขนาดคัพ Bคือ 11.5-13.5 เซนติเมตร
- ขนาดคัพ Cคือ 14-16 เซนติเมตร
- ขนาดคัพ Dคือ 16.5-18.5 เซนติเมตร
เพียงแค่หลักในการเลือกชั้นในให้พอดีกับคุณง่ายๆ แค่ 3 ข้อนี้ ก็สามารถเลือกชั้นในที่มีความเหมาะสมกับขนาด และช่วยป้องกันปัญหาความอึดอัด ปวดหลัง และปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการใส่ชั้นในได้แล้วนะคะ

วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2562

รักษาผิวให้สวยได้ทุกวัน ใน 5 ขั้นตอน

ผิวของคนเรา เป็นส่วนที่สังเกตเห็นได้เป็นอันดับแรกๆ ผู้ที่มีผิวพรรณขาว กระจ่างใส เปล่งปลั่ง จึงเป็นที่ชวนมองของผู้ที่พบเห็น สาวๆ และหนุ่มๆ ในปัจจุบัน จึงให้ความใส่ใจในการดูแลผิวพรรณให้ดูขาว ใส และมีออร่า จนใครๆ ก็ต้องหันมอง และเอ่ยปากชมผิวของคุณ

หากอยากมีผิวสวยง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องยุ่งยาก เสียเวลา หรือจดจำอะไรในหลายๆ ขั้นตอน ก็เพียงแค่ปฏิบัติตาม 5 ข้อนี้อย่างเคร่งครัด

1. เสริมสารต้านอนุมูลอิสระ
สารอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย แข็งแรง ดูเปล่งปลั่ง สารนี้มีอยู่ในวิตามินเอ ซี และอี ซึ่งมีอยู่มากในผักและผลไม้ดังนั้น คุณจึงควรทานผักและผลไม้ในทุกมื้อ โดยเฉพาะผักสด และผลไม้สด ช่วยให้เราได้รับวิตามินได้อย่างครบถ้วน
2. นวดผิวสม่ำเสมอ
การนวดผิว ช่วยกระตุ้นระบบหมุนเวียนในผิว และโลหิต ช่วยให้ผิวสดใส เลือดไหลเวียนสะดวก ผิวจึงสวยได้ อาจนวดตอนที่ทาครีมในแต่ละวันก็ได้
ซึ่งคุณสามารถทำได้ในขณะทาครีม โดยใช้นิ้วมือถูเบา ๆ เป็นแนววงกลมวันละแค่หนึ่งนาทีก็เพียงพอแล้ว
3. เติมความชุ่มชื้นให้ผิว
ซึ่งหาได้จากครีม น้ำมัน หรือโลชั่น โดยจะช่วยเติมความชุ่มชื้นหลังล้างหน้า และปกป้องผิวจากปัจจัยต่างๆ ด้วย
4. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
น้ำสะอาด มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก ช่วยขับสารพิษ รักษาสมดุลร่างกาย ช่วยระบบไหลเวียนโลหิต ควบคุมอุณหภูมิ ช่วยระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่าย ผิวจึงดูเปล่งปลั่งสดใส และชุ่มชื้นอยู่เสมอ
5. ทาครีมกันแดดทุกวัน
ขอย้ำว่าทุกวันนะคะ ไม่ว่าจะมีแดดหรือไม่ก็ตาม คุณจำเป็นต้องปกป้องผิวเป็นประจำทุกวันโดยทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF30 เป็นอย่างน้อย

เพียงแค่ปฏิบัติให้ได้ 5 ข้อนี้ คุณก็สามารถดูแลผิว และมีผิวสวยๆ ได้ไม่ยากแล้วนะคะ ที่สำคัญที่สุด ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด และมลภาวะ ซึ่งเป็นตัวทำลายผิวได้อย่างล้ำลึกในทุกวันด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2562

ไม้สน วัสดุดีๆ เพื่อการสร้างบ้านที่สวยงาม

วัสดุที่ถูกนำมาใช้ในการสร้างบ้านนั้น มีอยู่หลายอย่างด้วยกัน และมีคุณสมบัติ ข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งวัสดุอย่างหนึ่งที่เป็นที่นิยม และให้ความสวยงามแก่บ้านได้มากก็คือ ไม้สน
ไม้สน เป็นไม้จริง มีทั้งปลูกในประเทศไทย และได้มาจากการนำเข้า ไม้สนเน้นการปลูกไว้เพื่อเป็นวัสดุก่อสร้าง นิยมปลูกในเมืองหนาว ประเทศนิวซีแลนด์ แคนนาดา และประเทศแถบยุโรปตอนเหนือ

คุณสมบัติของไม้สน
1. มีเนื้ออ่อน ผ่านกระบวนการอบ อาบน้ำยาป้องกันแมลง และเติมสารเคมีเพื่อเพิ่มความทนทาน แข็งแรง จึงสามารถนำมาใช้ได้ทั้งภายนอก และภายใน ในการทำโครงสร้างของบ้าน รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์อีกด้วย
2. ง่ายต่อการแต่งเติมสีสันได้ง่าย เมื่อเทียบกับไม้อื่นๆ เช่น ไม้สัก
3. มีอายุการใช้งานประมาณ 10 ปีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา
ประเภทของไม้สน

ไม้สนแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1. ไม้สนโตเร็ว
เป็นไม้สนที่ปลูกในระยะเวลาประมาณ 4-5 ปี ก็สามารถตัดนำมาใช้งานได้ ให้ความคงทนแข็งแรงน้อยกว่าไม้สนโตช้า ลักษณะของไม้สนดังกล่าว จะมีวงปีห่าง ลายไม้หยาบ
2. ไม้สนโตช้า
เป็นไม้สนที่ปลูกในระยะเวลาประมาณ 7 ปีขึ้นไป จนถึง 50 – 100 ปีขึ้นไปก็มี ขึ้นอยู่กับผู้จำหน่าย ยิ่งไม้มีอายุที่ยาวนาน ความแข็งแรงก็ยิ่งมากขึ้น สิ่งที่ได้เสริมขึ้นมา นั่นคือลวดลายของไม้ ที่ลักษณะวงปีถี่ ให้ลวดลายที่ละเอียด สวยงาม และราคาที่สูงกว่า ไม้สนโตเร็ว

การจะเลือกใช้ไม้สนโตเร็ว หรือไม้สนโตช้า ขึ้นอยู่กับการใช้งานแต่ละประเภท ว่าต้องการความคงทนแข็งแรงมากน้อยแค่ไหน รวมถึงราคาในจุดคุ้มทุนที่เหมาะสม หากนำมาใช้เป็นโครงสร้างหลักพื้นไม้ภายนอกระเบียง หรือพื้นบ้าน ควรเลือกเป็นไม้สนโตช้า ย่อมให้ความคงทนที่ยาวนานกว่า แต่หากใช้เป็นส่วนของตกแต่งภายใน ไม้ฝา เชิงชาย ไม้รั้ว ส่วนเหล่านี้ อาจไม่จำเป็นต้องมีความแข็งแรงมากนัก ก็อาจเลือกเป็นไม้สนโตเร็ว เพื่อลดต้นทุนในการก่อสร้างได้เช่นกัน

วัสดุดีๆ ที่ให้ความสวยงามอย่างธรรมชาติ และยังสามารถนำมาสร้างบ้านได้ทั้งหลังแบบนี้ ใครที่ชอบบ้านไม้ สาระดีๆก็อย่าลืมพิจารณาไม้สนมาใช้ในการสร้างบ้านด้วย

วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2562

ประกอบระบบเสียง เครื่องรับวิทยุ

เครื่องเสียงนั้น มีการใช้อุปกรณ์ที่มากมายหลายชนิดด้วยกัน และคุณภาพของอุปกรณ์แต่ละชิ้นก็มีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้งาน และงานที่จะใช้ นอกจากนี้ อุปกรณ์แต่ละชิ้น หรือระบบเสียงที่ควรทราบ ก็ยังมีรายละเอียดยิบย่อยออกไปอีกมากมาย เช่น เครื่องรับวิทยุ และองค์ประกอบระบบเสียง

เครื่องรับวิทยุ
เครื่องรับวิทยุ หรือ Radio receiver ก็เป็นหนึ่งในชุดอุปกรณ์เครื่องเสียง ซึ่งคือวงจรอีเล็กทรอนิกส์ที่มีขั้นตอนการทำงาน คือ
- รับสัญญาณเข้ามาทางสายอากาศ โดยใช้การกรองด้วยอีเล็กทรอนิกส์ เพื่อแยกสัญญาณวิทยุเฉพาะช่วงที่ต้องการออกจากสัญญาณอื่นที่รับเข้ามาทางสายอากาศ
- จากนั้นขยายให้ถึงระดับที่เหมาะสมในการใช้ในกระบวนการอื่นต่อไป
- ในที่สุดจะแยกคลื่นที่เป็นข้อมูลกลับออกมา และถอดรหัสสัญญาณให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถใช้งานได้สะดวก เช่น เสียง ภาพข้อมูลดิจิตอล ค่าวัดต่างๆ ตำแหน่งพิกัดนำทาง เป็นต้น

องค์ประกอบระบบเสียง
องค์ประกอบระบบเสียง หรือ Audio system components ระบบเสียงจะประกอบด้วยอุปกรณ์หลายอย่างนำมาต่อพ่วงกัน คือ แหล่งกำเนิดสัญญาณ อุปกรณ์ในการขยาย และลำโพง ซึ่งอาจมีการใช้อุปกรณ์มากกว่าชนิดละหนึ่งตัวขึ้นไป

คุณภาพของอุปกรณ์ และการจัดการต่างๆ เกี่ยวกับระบบองค์ประกอบเสียง จะมีผลโดยตรงต่อคุณภาพของระบบด้วย ซึ่งอุปกรณ์และปัจจัยที่ส่งผลต่อระบบเสียง มีดังนี้
- สายนำสัญญาณ
- การรักษากำลังไฟฟ้า
- การทำปฏิกิริยาระหว่างลำโพงกับห้อง
- การสั่นสะเทือนเสียงที่ถูกสะท้อนกลับมาจากผนัง พื้น และเพดาน
- อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อสายเข้าหาเครื่องต่างๆ
- อุปกรณ์ต่างๆ เช่น กล่องใส่ชุดอุปกรณ์ อุปกรณ์ควบคุมหรือลดแรงสั่นสะเทือน อุปกรณ์ทำความสะอาดและปรับแต่ง อุปกรณ์ลดเสียงสะท้อน เป็นต้น

จากสาระข้างต้น นอกจากนี้ มิติของห้องสามารถสร้างคลื่นสถิต จึงต้องมีการใช้อุปกรณ์เพื่อรักษาผลกระทบของห้องที่มีต่อเสียง เช่น ผ้าหนาๆ นุ่มๆ จะสามารถดูดซับความถี่สูง ห้องที่ปูพรมและติดผ้าตามผนังจึงสามารถลดเสียงสะท้อนที่ไม่ต้องการได้

ผู้ที่มีหน้าที่ในการเลือกใช้เครื่องเสียง จัดการเครื่องเสียง ควบคุมเสียง ตลอดจนตรวจสอบคุณภาพของเสียง จะต้องมีความรู้ความชำนาญอย่างมาก เพื่อให้ได้เสียงที่มีคุณภาพมากที่สุด